Get Adobe Flash player

VIDEO UFFICIALE EMMOCT2019

350 Years of Gospel in Thailand

Pope Francis about the PMS

EMMOCT2019

 EXTRAORDINARY MISSIONARY MONTH OCTOBER 2019

Maximum Illud

สมณลิขิตเตือนใจ Maximum Illud

LINKS

http://www.catholicmission.org.au/http://www.missionsocieties.ca/www.pms-phil.orgwww.missio.org.mthttp://www.obrasmisionalespontificias.es/คณะธรรมทูตไทย

สถิติการเยี่ยมชม

08464353
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
448
7695
20012
24555
8464353
Your IP: 18.204.55.168
2020-08-05 05:28

สาส์นวันแพร่ธรรมสากลของสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16
วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม 2554/2011
“พระบิดาส่งเรามาฉันใด เราก็ส่งท่านทั้งหลายไปฉันนั้น” (ยน. 20: 21)

            ในโอกาสปีปีติมหาการุญ ค.ศ. 2000 และเมื่อเริ่มต้นสหัสวรรษใหม่แห่งคริสตศักราช สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ทรงทรงกล่าวยืนยันไว้อย่างหนักแน่นถึงความจำเป็นที่จะต้องรื้อฟื้นกันใหม่ในหน้าที่ที่จะต้องนำเอาการประกาศข่าวดีไปสู่มนุษย์ทุกคน “ความกระตือรือร้นของคริสตชนรุ่นแรก” (สมณลิขิต Novo Millennio Ineunte, 58)  เป็นการรับใช้ที่มีคุณค่ามากที่สุดเท่าที่พระศาสนจักรจะมอบให้มนุษยชาติและปัจเจกชนทุกคนผู้แสวงหาเหตุผลล้ำลึกในการดำเนินชีวิตให้เกิดคุณค่ามากที่สุด   เพราะฉะนั้น การเชื้อเชิญเดียวกันนี้ยังคงสะท้อนก้องกังวานขึ้นทุกปีในโอกาสเฉลิมฉลองวันแพร่ธรรมสากลเวียนมาถึง   ความจริงแล้ว  การประกาศข่าวดีอย่างไม่มีการว่างเว้นยังเป็นการฟื้นฟูชีวิต ความร้อนรน และจิตตารมย์แห่งการแพร่ธรรมของพระศาสนจักรด้วย  ช่วยให้มีการทบทวนกระบวนการอภิบาลของพระศาสนจักรเพื่อที่กระบวนการต่างๆเหล่านี้จะได้มีความเหมาะสมคู่ควรกับสถานการณ์ใหม่ๆ  ทั้งนี้รวมถึงผู้ที่ต้องการการประกาศข่าวดีแบบใหม่ และการประกาศดังกล่าวจะได้เปี่ยมล้นด้วยกิจกรรมธรรมทูต “งานธรรมทูตรื้อฟื้นชีวิตพระศาสนจักร ทำให้ความเชื่อมีชีวิตชีวา ทำให้อัตลักษณ์ของคริสตชนเป็นที่ประจักษ์ และสร้างความกระตือรือร้นรวมถึงความคิดริเริ่มใหม่ๆด้วย   ความเชื่อจะได้รับการค้ำชูเมื่อความเชื่อถูกนำไปมอบให้กับผู้อื่น!  เป็นความตั้งใจในการทำพันธกิจสากลของพระศาสนจักรที่การประกาศข่าวดีแบบใหม่ของบรรดาคริสตชนจะได้รับแรงบันดาลใจและการสนับสนุน” (พระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 สมณสาส์น  Redemptoris Missio ข้อ 2)

จงไปทำการประกาศ
            เป้าหมายประการนี้จะได้รับการฟื้นฟูอย่างสม่ำเสมอด้วยการเฉลิมฉลองพิธีกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเฉลิมฉลองศีลมหาสนิท ซึ่งจบลงด้วยการตอกย้ำพระบัญชาของพระเยซูผู้ทรงเสด็จกลับฟื้นพระชนม์ชีพที่มีต่ออัครสาวกเสมอว่า “จงไป...” (มธ. 28: 19)  พิธีกรรมเป็นการเรียกร้อง ‘จากโลก’ และเป็นการส่งออกไปใหม่ ‘สู่โลก’ เพื่อที่จะเป็นประจักษ์พยานถึงสิ่งที่ตนได้รับประสบการณ์มานั่นคือ อำนาจการไถ่กู้แห่งพระวาจาของพระเจ้า  อำนาจการไถ่กู้แห่งธรรมล้ำลึกปัสกาของพระคริสตเจ้า  ทุกคนที่ได้พบกับพระเจ้าผู้ทรงเสด็จกลับคืนพระชนม์ชีพต่างรู้สึกถึงความจำเป็นที่จะต้องทำการประกาศพระองค์ให้ผู้อื่นทราบ เฉกเช่นอัครสาวก 2 ท่านที่เดินทางไปยังเมืองเอมมาอุส  หลังจากที่จำพระเยซูผู้ทรงบิปังได้ พวกเขาก็ “ออกเดินทางไปยังนครเยรูซาเล็มทันที ณ ที่นั้นเขาพบอัครสาวกทั้ง 11 คนกำลังชุมนุมกันอยู่” จึงเล่าให้สาวกเหล่านั้นทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาบนทางเดินสู่เยรูซาเล็ม (ลก. 24: 33-34)  สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ทรงเตือนเราให้ “ระมัดระวัง แล้วพร้อมที่จะจดจำพระพักตร์ของพระองค์ แล้วรีบนำข่าวดีไปบอกกับบรรดาพี่น้องชายหญิงของเราว่า เราได้พบกับพระคริสตเจ้าแล้ว” (สมณลิขิต Novo Millennio Ineunte ข้อ 59)

สาส์นถึงทุกคน
              ผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากการประกาศข่าวดี คือ มนุษย์ทุกคน  พระศาสนจักรเป็น “ธรรมทูตโดยธรรมชาติของตัวเอง เพราะจากพันธกิจของพระบุตรและพระจิต พระศาสนจักรจึงเกิดขึ้น  ซึ่งเป็นไปตามพระบัญชาแห่งพระบิดาเจ้า” (สังคายนาวาติกัน 2 Ad Gentes ข้อ 2)  นี่คือ “พระหรรษทานและกระแสเรียกจำเพาะและเป็นอัตลักษณ์ล้ำลึกที่สุดของพระศาสนจักร  พระศาสนจักรดำรงอยู่เพื่อทำการประกาศข่าวดี” (พระสันตะปาปาเปาโล ที่ 6 Evangelii Nuntiandi ข้อ 14)  ผลที่ตามมาคือ พระศาสนจักรมิอาจที่จะอยู่นิ่งเฉยได้  พระศาสนจักรมีรากฐานอยู่ในกรอบพิเศษเพื่อที่จะออกไปนอกกรอบนี้  การกระทำของพระศาสนจักรที่ดำเนินไปด้วยการนอบน้อมต่อพระบัญชาของพระคริสตเจ้าภายใต้อิทธิพลแห่งพระหรรษทานและความรักของพระองค์ เพื่อที่จะได้ปรากฏอย่างแท้จริงและอย่างเต็มเปี่ยมต่อมนุษย์ชายหญิงและประชากรทุกคน เพื่อที่จะได้นำพาพวกเขาไปสู่ความเชื่อในพระคริสตเจ้า (เทียบ Ad Gentes ข้อ 5)

               ความเร่งด่วนแห่งพันธกิจนี้มิได้ลดหย่อนลงไปเลย ความจริง “พันธกิจของพระคริสตเจ้าพระผู้ไถ่ ซึ่งถูกนำมามอบให้พระศาสนจักร ยังอยู่ห่างไกลจากความสำเร็จมาก...  หากจะพิจารณากันถึงเผ่าพันธุ์มนุษย์โดยทั่วไปแล้ว เราจะเห็นว่าพันธกิจนี้พึ่งจะเริ่มต้นด้วยซ้ำไป ซึ่งเราจะต้องอุทิศตนเองอย่างสุดตัวให้กับการรับใช้พันธกิจนี้” (พระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 สมณสาส์น  Redemptoris Missio ข้อ 1)  เรามิอาจที่จะพึงพอใจได้หากจะพิจารณาว่า หลังสองพันปีผ่านไปยังมีประชากรมากมายที่ไม่รู้จักพระคริสตเจ้าและยังไม่เคยได้ยินได้ฟังสาส์นแห่งการไถ่กู้ของพระองค์

               ไม่เพียงแต่เท่านี้ ยังมีประชากรจำนวนมากซึ่งแม้แต่จะได้รับการประกาศข่าวดีแล้วต่างพากันลืมหรือทิ้งไปและไม่สังกัดอยู่ในพระศาสนจักรอีกต่อไป  อีกทั้งในหลายๆภาคส่วนแม้ในสังคมที่เป็นคริสตชนมาตั้งแต่ดั้งเดิมทุกวันนี้ก็ไม่ยอมเปิดใจให้กับพระวาจาแห่งความเชื่ออีกต่อไป  วัฒนธรรมต่างๆกำลังเปลี่ยนไป มนุษย์กำลังถูกหล่อเลี้ยงด้วยพฤติกรรมโลกาภิวัตน์ ด้วยกระบวนความคิด และด้วยลัทธิอนุโลมนิยม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนที่นำจิตตารมย์และวิถีชีวิตที่ไม่สนใจใยดีต่อสาส์นแห่งข่าวดี ทำราวกับว่าพระเจ้าไม่มีตัวตน ซึ่งทำให้มนุษย์ยกย่องการแสวงหาการอยู่ดีกินดี การที่จะได้เงินทองมาอย่างง่ายๆ ถือว่าอาชีพและความสำเร็จคือเป้าหมายแห่งชีวิต แม้คุณค่าแห่งศีลธรรมจะจะเสื่อมโทรมก็ตามที

ความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน
              พันธกิจแพร่ธรรมหมายถึงทุกคนทุกสิ่งและเสมอไป  ข่าวดีมิใช่เป็นสิทธิหรือสมบัติจำเพาะของผู้ที่ได้รับมา แต่เป็นของขวัญที่จะต้องแบ่งปันกัน  ข่าวดีนี้จะต้องส่งมอบต่อไปให้ผู้อื่น  ของขวัญและหน้าที่นี้ถูกนำมามอบไม่ใช่สำหรับคนบางคนเท่านั้น แต่สำหรับทุกคนที่ได้รับศีลล้างบาป  ผู้ที่เป็น “ประชาชาติที่ทรงเลือกสรรไว้... เป็นชนชาติศักดิ์สิทธิ์ เป็นประชากรที่เป็นกรรมสิทธิ์พิเศษของพระเจ้า” (1 ปต. 2 : 9)  เพื่อประกาศพระฤทธานุภาพของพระองค์

              กิจกรรมทุกอย่างต้องมีจุดศูนย์รวมไปยังประเด็นนี้  ความมุ่งมั่นและความร่วมมือของพระศาสนจักรเกี่ยวกับงานธรรมทูตในโลกไม่อาจที่จะจำกัดอยู่แค่บางช่วงบางโอกาสและไม่อาจที่จะถือว่าเป็นงานชิ้นหนึ่งของกิจกรรมอภิบาลที่มีหลายอย่างได้  มิติงานธรรมทูตของพระศาสนจักรเป็นสิ่งจำเป็น  ดังนั้นจำต้องจดจำใส่ใจเอาไว้เสมอ  เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่ทั้งผู้ที่ได้รับศีลล้างบาปและชุมชนพระศาสนจักรจะต้องมีส่วนร่วมไม่ใช่เพียงครั้งเดียวหรือในบางโอกาสเท่านั้น แต่จะต้องทำอย่างสม่ำเสมอดุจเป็นหนทางแห่งชีวิตคริสตชน  วันแพร่ธรรมมิใช่เป็นแค่วันพิเศษวันเดียวในรอบปี แต่เป็นโอกาสที่เราจะต้องหยุดไตร่ตรองว่า เราได้ตอบสนองต่อกระแสเรียกแห่งการเป็นธรรมทูตในฐานะที่เป็นการตอบสนองที่สำคัญที่สุดเพื่อชีวิตของพระศาสนจักรอย่างไร

การประกาศข่าวดีทั่วโลก
               การประกาศข่าวดีเป็นกระบวนการที่ค่อนข้างสลับซับซ้อนและรวมปัจจัยหลายอย่างด้วยกัน  หนึ่งนั้นคือแรงบันดาลใจ งานธรรมทูตนั้นต้องใส่ใจเป็นพิเศษเสมอในเรื่องของการเอื้ออาทร นี่คือเป้าหมายอีกประการหนึ่งของวันแพร่ธรรมสากลด้วย  ซึ่งโดยสมณองค์กรสนับสนุนงานแพร่ธรรม(PMS : Pontifical Mission Societies) มีการวิงวอนขอความช่วยเหลือให้ทำการประกาศข่าวดีต่อไปในดินแดนธรรมทูต  ทั้งนี้หมายถึงให้การสนับสนุนสถาบันอันเป็นสิ่งจำเป็นในการจัดตั้งและผนึกพลังของพระศาสนจักรโดยอาศัยครูสอนคำสอน บ้านเณร พระสงฆ์ รวมถึงการให้ทานเพื่อพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศที่มีความยากจน การขาดอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขาดอาหารของเด็ก โรคาพยาธิ ขาดบริการสาธารณสุขและการศึกษาที่ยังอยู่ในสภาพที่ยังน่าเป็นห่วง  เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งแห่งพันธกิจของพระศาสนจักร  ในการประกาศข่าวดีพระศาสนจักรให้ความสำคัญเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์อย่างยิ่ง  พระสันตะปาปาเปาโล ที่ 6 ข้ารับใช้ของพระเจ้า ประกาศว่า ในการประกาศข่าวดีนั้น เรื่องการส่งเสริมชีวิตมนุษย์ ความยุติธรรม การปลดปล่อยมนุษย์ให้หลุดพ้นจากการกดขี่ ซึ่งแน่ชัดว่าพาดพิงไปถึงมิติการเมืองด้วยนั้นจะละเลยเสียมิได้  การไม่สนใจใยดีต่อปัญหาฝ่ายวัตถุของมนุษย์จะเท่ากับเป็นการ “ไม่จำบทเรียนที่ข่าวดีนำมามอบให้เราเกี่ยวกับความรักต่อเพื่อนบ้านผู้ที่กำลังมีทุกข์และมีความเดือดร้อน” (สมณลิขิตเตือน Evangelii Nuntiandi  ข้อ 31, 34; มธ. 9: 35)    |


                 ดังนั้นอาศัยการมีส่วนร่วมแบบรับผิดชอบด้วยกันในพันธกิจของพระศาสนจักร คริสตชนจะกลายเป็นผู้สร้างสายสัมพันธ์ของความเป็นหนึ่งเดียวกันแห่งสันติและความเอื้ออาทรที่พระคริสตเจ้าทรงนำมามอบให้แก่เรา แล้วเขาก็จะเป็นผู้ร่วมงานในการทำให้แผนการไถ่กู้ของพระเจ้าสำหรับทุกคนสำเร็จลุล่วงไป  สิ่งท้าทายเหล่านี้เรียกร้องบรรดาคริสตชนให้ต้องเดินทางร่วมกันกับผู้อื่น และพันธกิจการแพร่ธรรมก็เป็นส่วนหนึ่งแห่งการเดินทางนี้  ในการเดินทางนั้นแม้จะเป็นการเดินทางในภาชนะดินเผา เราก็นำเอากระแสเรียกคริสตชนของเราซึ่งเป็นขุมทรัพย์ประเสริฐแห่งข่าวดี ให้เป็นประจักษ์พยานทรงชีวิตต่อพระเยซูผู้ทรงสิ้นพระชนม์และเสด็จกลับฟื้นพระชนม์ชีพให้เป็นที่รู้จักและเชื่อในพระศาสนจักร
 
               ขอให้วันแพร่ธรรมสากลปลุกความชื่นชมยินดีและความปรารถนาในแต่ละคนให้ “ออกไป” พบกับมนุษย์โดยการนำพระคริสตเจ้าไปให้ทุกคน ในพระนามของพระองค์ข้าพเจ้าขออำนวยพรมายังทุกท่าน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานหนักและทนทุกข์มากที่สุดเพื่อเห็นแก่ข่าวดี

 จากนครวาติกัน วันที่ 6 มกราคม 2011 วันสมโภชพระคริสตเจ้าแสดงองค์

พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16


แปลโดย ว. ประทีป

คู่มืออบรม ศิษย์พระคริสต์ ศิษย์ธรรมทูต

บทเทศน์เดือนตุลาคม 2019

บทเทศน์เดือนตุลาคม 2019

แผ่นพับ เดือนตุลาคม 2019

ดาวน์โหลดแผ่นพับประชัมสัมพันธ์ เดือนตุลาคม 2019 เป็น “เดือนพิเศษเพื่อการประกาศพระวรสารสู่ปวงชน”

คู่มืออบรมปี 2018-2019

เอกสาร 350 ปีมิสซังสยาม

 350 ปีแห่งการสถาปนา มิสซังสยาม (ค.ศ.1669-2019)

ดาวน์โหลดกฤษฎีกาฯ2015

ดาวน์โหลดกฤษฎีกาสมัชชาใหญ่ ของพระศาสนจักรคาทอลิก ในประเทศไทย คริสตศักราช 2015

150 ปี เปาลีน จารีโค

150 ปี มารีย์ เปาลีน จารีโค

ยุวธรรมทูต BKK

ยุวธรรมทูต BKK

page ยุวธรรมทูตกรุงเทพฯ

page ยุวธรรมทูตสังฆมณฑลอุดรธานี

page แผนกงานธรรมทูตฯจันทบุรี

page ธรรมทูตอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง

page ยุวธรรมทูตสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี

page ธรรมทูตนิรมล จันทบุรี